lnwshop logo
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

[[ฟรี!!!]] คลิกเลย แนวข้อสอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
6 เดือนที่ผ่านมา

 

 

แนวข้อสอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ พ.ศ. 2556

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
ข้อที่ 1. ข้อใดให้ความหมายของ “งานสารบรรณ” ตามระเบียบนี้ได้ชัดเจนที่สุด ?
ก. งานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเอกสาร
ข. งานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารคน
ค. งานที่เกี่ยวข้องกับการจราจร
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 2. ประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี เป็นระเบียบที่วางไว้เพื่ออะไร ?
ก. เป็นระเบียบที่วางที่วางไว้ให้ข้าราชการถือปฏิบัติ
ข. เป็นระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วางไว้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายอื่น
ค. เป็นระเบียบที่วางไว้ให้เพื่อให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้อำนาจ หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น
ง. เป็นระเบียบที่วางไว้ให้บุคคลทั่วไปปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้อำนาจ หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น

ข้อที่ 3. การสั่งการตามระเบียบนี้สามารถกระทำได้กี่วิธี ?
ก. วิธีเดียวคือการสั่งการด้วยหนังสือ
ข. สองวิธีคือการสั่งการด้วยหนังสือ และ การสั่งการด้วยวาจา
ค. สามวิธีคือการสั่งการด้วยหนังสือ การสั่งการด้วยวาจา และ การสั่งการด้วยเครื่องมือสื่อสาร
ง. สี่วิธีคือการสั่งการด้วยหนังสือ การสั่งการด้วยวาจา การสั่งการด้วยเครื่องมือสื่อสาร และ การสั่งการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

ข้อที่ 4. หนังสือราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องใช้กระดาษชนิดใด ?
ก. กระดาษบันทึกข้อความ
ข. กระดาษเสนอข้อความ
ค. กระดาษสั่งการ
ง. กระดาษติดต่อ

ข้อที่ 5. ในกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชามีบันทึกไปถึงผู้บังคับบัญชา ให้เขียนคำขึ้นต้นในบันทึกข้อความนั้นว่าอย่างไร ?
ก. ถึง……….
ข. เรียน……….
ค. กราบเรียน……….
ง. ระบุชื่อผู้บังคับบัญชา ชั้นยศ

ข้อที่ 6. ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งปรากฏอยู่ในบันทึกข้อความแล้วแต่ผู้รับคำสั่งต้องการขอแก้ไขในเรื่องนั้นใหม่ ผู้รับคำสั่งต้องดำเนินการตามข้อใด ?
ก. โทรบอกผู้บังคับบัญชา
ข. โทรเจรจากับผู้บังคับบัญชา แล้วทำการแก้ไขบันทึก
ค. ส่งอีเมลหาผู้บังคับบัญชา แล้วทำการแก้ไขบันทึก
ง. ให้บันทึกข้อความหาผู้บังคับบัญชาใหม่

ข้อที่ 7. ข้อเท็จจริง ในหนังสือที่เสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือ ?
ก. การสรุปที่มาของเรื่อง
ข. ความเป็นมาของเรื่องนั้นๆ
ค. การชี้ให้เห็นความเป็นมาหรือข้อสังเกตุ
ง. การสรุปงานให้ผู้บังคับบัญชา

ข้อที่ 8. หนังสือที่ลงชื่อโดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ออกเลขที่หนังสือที่ใด ?
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข. สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ
ค. สำนักงานเลขานุการนายกรัฐมนตรี
ง. สำนักงานที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติส่งถึง

ข้อที่ 9. การรับรองสำเนาหนังสือทุกชนิดต้องให้บุคคลตามข้อใดลงชื่อรับรอง ?
ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. ข้าราชการตำรวจ ยศพลตำรวจตรี ขึ้นไป
ค. ข้าราชการตำรวจ ยศพันตำรวจตรี ขึ้นไป
ง. ข้าราชการตำรวจ ยศร้อยตำรวจตรี ขึ้นไป

ข้อที่ 10. การเสนองานตามระเบียบนี้ ต้องดำเนินการตามข้อใด ?
ก. เสนอต่อผู้บังคับบัญชา ข้ามสายงาน
ข. เสนอต่อผู้บังคับบัญชา ตามลำดับชั้น แต่สามารถข้ามสายงานได้
ค. เสนอต่อผู้บังคับบัญชา ตามลำดับชั้น และตามสายบังคับบัญชา
ง. เสนอผ่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

แนวข้อสอบกฎหมายลักษณะพยาน (ป. วิอาญา ภาค 5 พยานหลักฐาน)

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
ภาค 5 พยานหลักฐาน หมวด 1 หลักทั่วไป มาตรา 226 ถึง มาตรา 231
ข้อที่ 1. ตามมาตราที่ 226 พยานในข้อใดให้ใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ ?
ก. พยานวัตถุ
ข. พยานเอกสาร
ค. พยานบุคคล
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 2. ศาลสามารถรับฟังพยานหลักฐานในกรณีที่พยานหลักฐานที่ได้มาจากการกระทำโดยมิชอบได้ ในกรณีใด ?
ก. ในกรณีที่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสีย
ข. ในกรณีที่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นผลเสียต่อการอำนวยความยุติธรรม
ค. ในกรณีที่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นไม่ก่อให้เกิดความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยมิชอบ
ง. ได้ทุกกรณี

ข้อที่ 3. ตามมาตราที่ 226/2 พยานหลักฐานชนิดใดที่ศาลจะไม่รับพิจารณา ?
ก. พยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดครั้งอื่น ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดในคดีที่ถูกฟ้อง
ข. พยานหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับองค์ประกอบความผิดของคดีที่ฟ้อง
ค. พยานหลักฐานที่แสดงถึงลักษณะ วิธี หรือรูปแบบเฉพาะในการกระทำความผิดของจำเลย
ง. พยานหลักฐานที่หักล้างข้อกล่าวอ้างของจำเลยถึงการกระทำ หรือความประพฤติในส่วนดีของจำเลย

ข้อที่ 4. ศาลสามารถรับฟังพยานบอกเล่าได้ในกรณีใด ?
ก. ในกรณีที่สภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของพยานบอกเล่านั้นน่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้
ข. ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น เนื่องจากไม่สามารถนำบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเกี่ยวในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นด้วยตนเองโดยตรงมาเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง. ผิดทั้งข้อ ก และ ข

ข้อที่ 5. ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่าตามมาตรา 227/1 ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลยเว้นแต่…………?
ก. มีเหตุผลอันหนักแน่นและมีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี
ข. มีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง. ผิดทั้งข้อ ก และ ข

ข้อที่ 6. ข้อใดให้ความหมายของ “พยานหลักฐานประกอบ” ตามมาตราที่ 227/1 ได้ชัดเจนที่สุด ?
ก. พยานหลักฐานที่เกิดจาก พยานในเหตุการณ์
ข. พยานหลักฐานที่เกิดจากโจทย์ที่ฟ้องจำเลย และต้องมาจากพยานในเหตุการณ์
ค. พยานหลักฐานอื่นๆ นอกจากพยานในเหตุการณ์ เช่น คำให้การของเพื่อนจำเลย หรือ คำให้การจากญาติจำเลย เป็นต้น
ง. พยานหลักฐานอื่นที่รับฟังได้ และมีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานที่ต้องการพยานหลักฐานประกอบนั้น

ข้อที่ 7. ในการไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ต้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไม่น้อยกว่ากี่วัน ก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน ?
ก. ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน
ข. ไม่น้อยกว่ายี่สิบวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน
ค. ไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน
ง. ไม่น้อยกว่าสี่สิบวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน

ข้อที่ 8. ในกรณีที่มีเหตุจำที่พยานไม่สามารถมาเบิกความในศาลได้ คู่ความสามารถร้องขอให้พยานเบิกความที่ศาลอื่นได้หรือไม่ ?
ก. ได้ ตามมาตรา 230
ข. ไม่ได้ ตามมาตรา 230
ค. ได้ ตามมาตรา 230/1
ง. ไม่ได้ ตามมาตรา 230/1

ข้อที่ 9. ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานตามมาตรา 230/1 ได้ คู่ความสามารถเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงแทนการนำพยานบุคคลมาเบิกความต่อหน้าศาลได้หรือไม่ ?
ก. ได้ ตามมาตรา 230/1
ข. ไม่ได้ ตามมาตรา 230/1
ค. ได้ ตามมาตรา 230/2
ง. ไม่ได้ ตามมาตรา 230/2

ข้อที่ 10. เมื่อคู่ความต้องการให้ส่งเอกสารหรือข้อความที่ยังเป็นความลับในราชการเป็นพยานหลักฐาน ศาลมีอำนาจส่งหมายเรียกพยานหลักฐานนั้นตามคำร้องได้หรือไม่ ?
ก. ได้ ตามมาตรา 230/1
ข. ไม่ได้ ตามมาตรา 231
ค. ได้ ตามมาตรา 231
ง. ไม่ได้ ตามมาตรา 232/2

แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียง 1 ข้อ
ข้อที่ 1. ข้อใดให้ความหมายของ “การสืบสวนข้อเท็จจริง” ตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556 ได้ชัดเจนที่สุด ?
ก. การแสวงหาข้อเท็จจริงของข้าราชการตํารวจ
ข. การแสวงหาพยานหลักฐานของข้าราชการตํารวจ
ค. การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของข้าราชการตํารวจ
ง. การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของข้าราชการตํารวจว่าได้กระทําผิดวินัยตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่อย่างไร

ข้อที่ 2. คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนไม่มีหน้าที่ ตามข้อใด ?
ก. สืบสวนตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กําหนดในกฎ ก.ตร. นี้ เพื่อแสวงหาความจริง ในเรื่องที่กล่าวหาและดูแลให้บังเกิดความยุติธรรมตลอดการสืบสวน
ข. รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่จําเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา
ค. จัดทําบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง
ง. ให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทําการสืบสวนเพื่อเป็นพยาน

ข้อที่ 3. ในกรณีที่การลงมติของที่ประชุมคณะกรรมการสืบสวนมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ตัดสินชี้ขาดด้วยวิธีใด ?
ก. ให้นำเสนอเรื่องที่ประชุมแก่ ผบ.ตร. เพื่อให้ทำการชี้ขาด
ข. ให้นำเสนอเรื่องที่ประชุมแก่รัฐมนตรีเพื่อให้ทำการชี้ขาด
ค. ให้บันทึกการประชุดเสนอผู้บังคับบัญชาชั้นถัดไปเพื่อให้ทำการชี้ขาด
ง. ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาดการประชุม

ข้อที่ 4. ในการสืบสวนข้อเท็จจริงคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องดําเนินการสืบสวนให้แล้วเสร็จไม่เกินกี่วันนับตั้งแต่วันที่ประธานกรรมการ หรือผู้สืบสวนได้รับทราบคําสั่ง ?
ก. ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการ หรือผู้สืบสวนได้รับทราบคําสั่ง
ข. ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการ หรือผู้สืบสวนได้รับทราบคําสั่ง
ค. ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการ หรือผู้สืบสวนได้รับทราบคําสั่ง
ง. ไม่เกินร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการ หรือผู้สืบสวนได้รับทราบคําสั่ง

ข้อที่ 5. ในการนําเอกสารหรือวัตถุมาใช้เป็นพยานหลักฐานในสํานวนการสืบสวน คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องบันทึกอย่างไร ?
ก. ไม่ต้องบันทึก
ข. ให้บันทึกไว้ด้วย ว่าได้มาอย่างไร
ค. ให้บันทึกไว้ด้วย ว่าได้มาอย่างไร และจากผู้ใด
ง. ให้บันทึกไว้ด้วย ว่าได้มาอย่างไร จากผู้ใด และเมื่อใด

ข้อที่ 6. หากคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนเห็นว่าไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาผู้กระทำผิด คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องดำเนินการตามข้อใด ?
ก. ให้ยกเลิกการสืบสวน พร้อมทั้งบันทึกเหตุผลในการยกเลิก เสนอประธานคณะกรรมการสืบสวน
ข. ให้ทำรายงานการสืบสวนเสนอ ผู้บัญชาการระดับสูงชั้นถัดไป
ค. ให้ทำรายงานการสืบสวนเสนอ ผบ.ตร.
ง. ให้ทํารายงานการสืบสวนเสนอผู้ส่ั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน

ข้อที่ 7. ในกรณีที่คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนเห็นว่ามีมูลที่ควรกล่าวหาผู้กระทำผิด คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องดำเนินการตามข้อใด ?
ก. เรียกผู้ถูกกล่าวหา มาพบเพื่อแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา
ข. แจ้งให้ศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา
ค. ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา
ง. สั่งขังผู้ถูกกล่าวหา

ข้อที่ 8. ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคํารับสารภาพว่าได้กระทําการตามที่ถูกกล่าวหาให้คณะกรรมการ สืบสวนหรือผู้สืบสวน ดำเนินการตามข้อใด ?
ก. แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าการกระทําของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามมาตราใด
ข. แจ้งให้ศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา
ค. ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา ตามความผิดที่ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำ
ง. สั่งขังผู้ถูกกล่าวหาไว้ก่อน แล้วจึงแจ้งผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าการกระทําของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามมาตราใด และ ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา ตามความผิดที่ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำ

ข้อที่ 9. ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมรับสารภาพ และต้องการยื่นคําชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือ ผู้ถูกกล่าวต้องยื่นหนังสือชี้แจงภายในกี่วัน ?
ก. ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา
ข. ภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา
ค. ภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา
ง. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา

ข้อที่ 10. ในการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและพยานของคณะกรรมการสืบสวนต้องมีกรรมการ สืบสวนไม่น้อยกว่ากี่คน จึงจะสืบสวนได้ ?
ก. ต้องมีกรรมการสืบสวนไม่น้อยกว่าสองคนจึงจะสืบสวนได้
ข. ต้องมีกรรมการสืบสวนไม่น้อยกว่าสามคนจึงจะสืบสวนได้
ค. ต้องมีกรรมการสืบสวนไม่น้อยกว่าสี่คนจึงจะสืบสวนได้
ง. ต้องมีกรรมการสืบสวนไม่น้อยกว่าห้าคนจึงจะสืบสวนได้

ข้อที่ 11. การสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและพยาน คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องบันทึกถ้อยคําตามแบบใด ?
ก. แบบ สส.3 ที่ ก.ตร. กําหนด
ข. แบบ สส.4 ที่ ก.ตร. กําหนด
ค. แบบ สส.5 ที่ ก.ตร. กําหนด
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข

ข้อที่ 12. หากคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนสงสัยว่าผู้ถูกกล่าวหากระทําผิด วินัยในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือคําสั่งให้สืบสวน ให้ประธาน กรรมการหรือผู้สืบสวน ทำตามข้อใด ?
ก. ไม่ต้องทำอะไร
ข. ให้รายงานไปยังผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนโดยเร็ว
ค. ให้เขียนบันทึกเป็นรายงานไว้ตามแบบ สส.๓ ที่ ก.ตร. กําหนด แนบไปกับบันทึกการสืบสวน
ง. ให้เขียนบันทึกเป็นรายงานไว้ตามแบบ สส.๓ หรือแบบ สส.๔ ที่ ก.ตร. กําหนด แนบไปกับบันทึกการสืบสวน

ข้อที่ 13. ในกรณีที่สืบสวนแล้วพบว่าพาดพิงไปถึงข้าราชการตํารวจผู้อื่นว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวนต้องทำตามข้อใด ?
ก. ไม่ต้องทำอะไร
ข. ให้รายงานไปยังผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน เพื่อพิจารณาดําเนินการตามควรแก่กรณีโดยเร็ว
ค. ให้เขียนบันทึกเป็นรายงานไว้ตามแบบ สส.๓ ที่ ก.ตร. กําหนด แนบไปกับบันทึกการสืบสวน
ง. ให้เขียนบันทึกเป็นรายงานไว้ตามแบบ สส.๔ ที่ ก.ตร. กําหนด แนบไปกับบันทึกการสืบสวน

ข้อที่ 14. แบบ สส.๒ ใช้สำหรับบันทึกตามข้อใด ?
ก. บันทึกการแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหาหรือถูกร้องเรียนตามข้อ ๑๙
ข. บันทึกถ้อยคําของผู้ถูกกล่าวหา
ค. บันทึกถ้อยคําพยาน
ง. รายงานการสืบสวน

ข้อที่ 15. ในการรายงานการสืบสวนคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องใช้เอกสารตามข้อใด ?
ก. แบบ สส.๒
ข. แบบ สส.๓
ค. แบบ สส.๔
ง. แบบ สส.๕

แนวข้อสอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ?

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
ข้อที่ 1. เพราะเหตุใดจึงต้องสร้างประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ เพื่อเป็นกรอบการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ ?
ก. เพื่อทำให้ข้าราชการตำรวจมีคุณธรรม และ จริยธรรม ที่ดีและเป็นมาตรฐาน
ข. เพื่อทำให้ข้าราชการตำรวจมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณที่ดีและเป็นมาตรฐาน
ค. เพื่อทำให้ข้าราชการตำรวจรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม และบริการชุมชนให้เกิดความร่มเย็น
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 2. ตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ จงให้ความหมายของ ”จริยธรรมของตำรวจ” ?
ก. ประมวลความประพฤติในการปฏิบัติหน้าที่ของวิชาชีพตำรวจ ที่ข้าราชการตำรวจต้องยึดถือปฏิบัติ
ข. คุณความดีที่เป็นข้อประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่
ค. คุณความดีที่เป็นข้อประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจเพื่อให้ประชาชนศรัทธา เชื่อมั่นและยอมรับ
ง. คุณธรรม ค่านิยมหลัก และอุดมคติของตำรวจ เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้ข้าราชการตำรวจอยู่ในกรอบของศีลธรรมและคุณธรรม ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางชี้นำให้ข้าราชการตำรวจบรรลุถึงปณิธานของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ข้อที่ 3. หากพบว่าหน่วยงานตำรวจและหรือข้าราชการตำรวจใดละเมิด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ จเรตำรวจแห่งชาติต้องดำเนินการอย่างไร ?
ก. รายงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. แจ้งผู้บังคับบัญชาในระดับกองบัญชาการหรือหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ค. ดำเนินการจับกุมข้าราชการตำรวจที่ละเมิด ทันที

1
แสดงความคิดเห็นที่ 0-0 จากทั้งหมด 0 ความคิดเห็น
ชื่อ
อีเมล
ข้อความ
  • ตอบกระทู้

หมวดหมู่สินค้า

รวมแนวข้อสอบ

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

หน้าที่เข้าชม20,731 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด15,723 ครั้ง
เปิดร้าน1 ต.ค. 2559
ร้านค้าอัพเดท23 เม.ย. 2560

0981137490
facebook
ตะกร้าของฉัน (0)
มีสินค้าทั้งหมด 0 ชนิด 0 ชิ้น
0 บาทราคาสินค้าทั้งหมด
(ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
สั่งซื้อสินค้า
ตะกร้า
( 0 )
รายการสั่งซื้อของฉัน
เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
รายการสั่งซื้อของฉัน
ข้อมูลร้านค้านี้
ร้านsobtidteeny
sobtidteeny
จำหน่ายแนวข้อสอบ หนังสือสอบ เอกสารงานราชการทุกหน่วยงาน จำหน่ายหนังสือสอบงานราชการ ไฟล์ mp3 บรรยายเนื้อหา ชุดติว รวมแนวข้อสอบราชการ แนวข้อสอบราชการ เปิดสอบงานราชการ แนวข้อสอบงานราชการ เตรียมสอบงานราชการหนังสืองานราชการ เปิดสอบราชการ คู่มือสอบสอบงานราชการ แนวข้อสอบราชการ เตรียมสอบราชการ
เบอร์โทร : 0981137490
อีเมล : thongthaisong101@gmail.com
ส่งข้อความติดต่อร้าน
เกี่ยวกับร้านค้านี้
สินค้าที่ดูล่าสุด
ดูสินค้าทั้งหมดในร้าน
สินค้าที่ดูล่าสุด
บันทึกเป็นร้านโปรด
Join (สมัครสมาชิกร้าน)
แชร์หน้านี้
แชร์หน้านี้
พูดคุยกับร้านนี้

TOP เลื่อนขึ้นบนสุด
Go to Top